วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567

การใช้สารนิทัศน์เพื่อประเมินพัฒนาการเด็ก (Documentation for Young Children)

 การใช้สารนิทัศน์เพื่อประเมินพัฒนาการเด็ก (Documentation for Young Children)

            การจัดทำสารนิทัศน์ (Documentation) เป็นการจัดทำข้อมูลที่เป็นหลักฐานหรือแสดงให้เห็นร่องรอยของการเจริญ เติบโต พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยจากการทำกิจกรรมทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ซึ่งหลักฐานและข้อมูลที่บัน ทึกเป็นระยะๆ จะเป็นข้อมูลอธิบายภาพเด็ก สามารถบ่งบอกถึงพัฒนาการทั้งด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา สารนิทัศน์เป็นการประมวลผลที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูและร่องรอยผลงานของเด็ก จากการทำกิจกรรมที่สะท้อนถึงพัฒนาการในด้านต่างๆ การ จัดทำสารนิทัศน์จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวัดและประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย ซึ่งมีหลายรูปแบบ ได้แก่

พอร์ตโฟลิโอสำหรับเด็กเป็นรายบุคคล เช่น การเก็บชิ้นงานหรือภาพถ่ายเด็กขณะทำกิจกรรม มีการใช้แถบ บันทึก เสียง แถบบันทึกภาพแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในงานที่เด็กทำเป็นต้น

การบรรยายเกี่ยวกับเรื่องราวหรือประสบการณ์ที่เด็กได้รับ เช่น การสอนแบบโครงการ (Project Approach)สามารถให้สารนิทัศน์เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กทุกด้าน ทั้งประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและการสะท้อนตนเองของครู รูปแบบการบรรยายเรื่องราวจึงมีหลายรูปแบบ อาจได้จากการบันทึกการสนทนาระหว่างเด็กกับครู เด็กกับเด็ก การบันทึกของครู การบรรยายของพ่อแม่ผู้ปกครองในรูปแบบหนังสือหรือจดหมาย แม้กระทั่งการจัดแสดงบรรยายสรุปให้เห็นภาพการเรียนรู้ทั้งหมด

การสังเกตและบันทึกพัฒนาการเด็ก เช่น ใช้แบบสังเกตพัฒนาการ การบันทึกสั้น เป็นต้น

การสะท้อนตนเองของเด็ก เป็นคำพูดหรือข้อความที่สะท้อนความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึกจากการสนทนาการอภิปรายแสดงความคิดเห็นของเด็กขณะทำกิจกรรม ซึ่งอาจบันทึกด้วยแถบบันทึกเสียงหรือแถบ บันทึกภาพ

ผลงานรายบุคคลและรายกลุ่ม ที่แสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้ ความสามารถ ทักษะจิตนิสัยของเด็ก ครูที่ชำนาญจะนำผลงานของเด็กมาใช้ดูพัฒนาการและกระบวนการทำงานของเด็ก ครูส่วนใหญ่มักจะเก็บผลงานการเขียนและผล งานศิลปะ อย่างไรก็ตามครูควรเก็บผลงานหลากหลายประเภทของเด็ก เช่น ภาพเขียน การ ร่วมระดมความคิดและเขียนออกมาในลักษณะใยแมงมุม การแสดงออกทางดนตรี การก่อสร้างในรูปแบบ ต่างๆ ตัวอย่างภาษาพูด เป็นต้น

            นอกจากการเก็บข้อมูลหลักฐานเพื่อประเมินการเรียนรู้และประเมิน พัฒนาการของเด็กปฐมวัยข้างต้นแล้ว สารนิ ทัศน์ยังมีประโยชน์ต่อการพัฒนาครู ซึ่งประเภทของหลักฐานในพอร์ตโฟลิโอของครูรายบุคคลที่ควรใช้พัฒนา การสอนมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

• หลักฐานการสอนเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็ก

หลักฐานการสอนเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็กที่เป็นภาพรวมของชั้นเรียน ได้แก่ ผลงานภาษาเขียน รายชื่อหนังสือ ผลงานที่เป็นสัญลักษณ์สื่อความคิดที่เรียบเรียงได้ ผลงานศิลปะและหัตถกรรมของเด็ก ตัวอย่างหรือภาพถ่ายงานประดิษฐ์ ภาพถ่าย เทปบันทึกเสียงหรือวีดิทัศน์ที่แสดงปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความ สามารถทางดนตรีและการเคลื่อนไหว คำพูดและ/หรือภาพถ่ายแสดงการแก้ปัญหา ความคิดเห็นและ/หรือความรู้สึก ต่อตนเอง ผู้อื่น

• หลักฐานเกี่ยวกับการสอนของครู ได้แก่ แผนการสอนของครูและบันทึกการสังเกตการณ์การสอนของอาจารย์นิเทศ บันทึกความคิดเห็นและความรู้สึกเกี่ยวกับการสอนแต่ละครั้ง ตัวอย่างสื่อ ภาพถ่ายและวีดิทัศน์แสดงการสอนและการจัดสภาพแวดล้อม ฯลฯ รายการต่างๆจะถูกรวบรวมไว้ในพอร์ตโฟลิโอซึ่งครูฝึกสอนและอาจารย์นิเทศจะใช้วิเคราะห์ด้วยกันเพื่อปรับปรุงการสอนครั้งต่อไป


ประเภทของบอร์ดสารนิทัศน์ จัดแบ่งประเภทได้ตามเนื้อหาที่สื่อออกมาดังนี้

• สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน

• โครงการหรือ Emergent Curriculum

• เหตุการณ์พิเศษเช่น การไปทัศนศึกษาเทศกาลต่างๆ

• หัวข้อการเรียน (Theme)

• ทักษะเฉพาะ เช่น ศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหวและจังหวะ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา

• พัฒนาการของเด็ก เช่น ทักษะทางสังคม คุณค่าของการเล่น พัฒนาการทางอารมณ์ ทักษะการใช้กล้าม เนื้อเป็นต้น

• ทักษะที่เพิ่มขึ้นของเด็ก เช่น การช่วยเหลือตนเอง การอ่านเขียน ความสัมพันธ์ระหว่างมือและสายตา

• การรวบรวมส่วนประกอบ เป็นการรวบรวมเนื้อหาสาระเพื่อจัดทำบอร์ดสารนิทัศน์ ซึ่งอาจประกอบไปด้วย

• ผลงานที่เด็กทำหรือเก็บโดยการถ่ายเอกสารเก็บไว้


บันทึกจากการสังเกตของครู (Anecdotal Records)

• ข้อมูลที่อ้างอิงจากหนังสือหรือตำรา

• แผนผังใยแมงมุมหลักสูตร (Curriculum Web)

• การเขียนตามคำบอกของเด็ก

• ภาพถ่าย

• การจัดวางบอร์ดสารนิทัศน์ การจัดวางควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

• การกำหนดพื้นที่จัดแสดง เช่น ตั้งแสดงบนโต๊ะหรือติดกับผนัง

• การเลือกชนิดของบอร์ดว่าจะเป็นแบบโปสเตอร์หรือแบบตั้งได้สามด้าน

• การใส่หัวเรื่องในจุดที่ดึงดูดความสนใจ

• การคำนึงถึงเรื่องสุนทรียศาสตร์ เช่น การผนึกภาพและงานอย่างประณีต การใช้โทนสีของกระดาษให้เข้ากับเนื้อเรื่องที่นำเสนอ การตกแต่งที่ไม่รกรุงรังจนเกินไป เป็นต้น

• การจัดแสดง โดยที่ตั้งบอร์ดสารนิทัศน์มักเป็นที่ที่เด็กและผู้ปกครองสามารถมองเห็นได้โดยง่าย เช่นทางเข้าออกของห้องเรียน ตู้เก็บของของเด็ก เป็นต้น การจัดทำสารนิทัศน์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยสามารถนำมาใช้กับการจัด การเรียนการสอนได้ ทั้งการสอนแบบหน่วยและการสอนแบบหัวเรื่องหรือแบบโครงการ (Project Approach) สำหรับการสอนแบบหน่วยจะจบการสอนในแต่ละหน่วยโดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในแต่ละวันจะแบ่งเนื้อ หาว่าเด็กควรเรียนรู้เรื่องใดบ้าง ส่วนใหญ่การสอนแบบหน่วยครูปฐมวัยจะจัดเตรียมแผนการจัดประสบการณ์ วัสดุอุปกรณ์การสอนไว้ล่วงหน้า และตั้งวัตถุประสงค์ว่าหลังจากเด็กเรียนรู้เรื่องนั้นๆแล้วเด็กควรเกิดพฤติกรรมด้านใดบ้าง การจัดทำสารนิทัศน์จึงเป็นการนำเสนอสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ว่าในแต่ละ สัปดาห์เด็กได้ทำอะไรบ้างและมีผลอย่างไรเช่น การเรียนรู้หน่วยน้ำ เด็กอาจได้ทดลองกรองน้ำด้วยวิธีการ ต่างๆ เด็กอาจได้ออกไปศึกษานอกสถานที่ที่โรงงานผลิตน้ำ การทดลองใช้น้ำในการประกอบอาหารหรือการ ซักผ้า กิจกรรมต่างๆเหล่านี้จะได้รับการบันทึกโดยครู การบันทึกคำพูด การสนทนาหรือการถ่ายภาพเก็บไว้การทำงานศิลปะ เช่น การวาดภาพขั้นตอนการกรองน้ำให้สะอาด งานประดิษฐ์ต่างๆ ภาพถ่ายขั้นการประกอบอาหาร กิจกรรมต่างๆเหล่านี้จะถูกรวบรวมและนำมาจัดแสดงอย่างเป็นเรื่องราวที่สะท้อนการเรียนรู้ให้ผู้เกี่ยวข้องกับเด็กรับรูว่าเด็กเรียนรู้อะไรเรียนรู้ที่ไหน เรียนรู้อย่างไร และส่งผลดีต่อการพัฒนาเด็กในด้าน ต่างๆอย่างไร


ที่มา : https://child.dusit.ac.th/wp-content/uploads/2015/11/เอกสารหมายเลข-1_สารนิทัศน์.pdf

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สรุปรายงานการประเมินแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-portfolio)

 สรุปรายงานการประเมินแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-portfolio) ผลประเมิน 5 คน ลิงก์ประเมิน https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScea2zKM...