วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567

การสัมภาษณ์ (Interview)

 การสัมภาษณ์ (Interview)

         การสัมภาษณ์ถือเป็นวิธีการประเมินผลที่มีประโยชน์มากที่สุดวิธีหนึ่งและ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน การสัมภาษณ์อาจเกิดขึ้นระหว่างครูกับเด็กหรือระหว่างครูกับพ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กก็ได้การสัมภาษณ์ต่างจากการสังเกตและวิธีอื่น ๆ ที่วิธีการสัมภาษณ์เปิดโอกาสให้มีการซักถามในสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบ มีโอกาสที่จะสังเกตท่าทาง การเคลื่อนไหวของตา น้ำเสียงหรือระดับเสียงซึ่งประกอบคำพูด สำหรับข้อความที่ได้จากการสัมภาษณ์สะท้อนให้เห็นถึงภูมิหลัง ความรู้สึก ทัศนคติ การรับรู้ และความคาดหวังของผู้สัมภาษณ์ ดวงเดือน ศาสตรภัทร (2537 : 302) กล่าวว่าการ สัมภาษณ์จะได้ผลดีถ้าผู้สัมภาษณ์ได้สร้างความคุ้นเคย (Rapport) กับผู้ถูกสัมภาษณ์ก่อน

การสัมภาษณ์โดยทั่วไปมี 3 ประเภท คือ

        1. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured interviews) การ สัมภาษณ์แบบนี้ ผู้สัมภาษณ์หรือครูจะเตรียมคำถามที่จะถามไว้ล่วงหน้าซึ่งเป็นการสะดวกต่อผู้สัมภาษณ์หรือครู ในขณะเดียวกันผู้สัมภาษณ์จะไม่มีโอกาสถามอะไรที่นอกเหนือไปจากคำถามที่เตรียมมาซึ่งเป็นการจำกัดคำตอบและโอกาสของผู้ถูก สัมภาษณ์เช่นกัน

        2. การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างหรือไม่เป็นทางการ (Unstructured หรือ Informal interviews) การสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการเป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในการสัมภาษณ์เด็กเล็กเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากที่มีการสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบแล้ว ครูอาจเตรียมหัวข้อที่ต้องการคุยหรือสนทนากับเด็กไว้อย่างคร่าว ๆ แต่มิได้จดคำถามให้เด็กตอบทีละข้อเหมือนการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างครูอาจมีการซักถามหรือพูดคุยกับเด็กในเรื่องที่ครอบคลุมหัวข้อที่ครูเตรียมไว้

         3. การสัมภาษณ์ แบบกึ่งมีโครงสร้าง (Partially structured interviews)การสัมภาษณ์แบบนี้ผู้สัมภาษณ์หรือครูจะเตรียมคำถามไว้ล่วงหน้าบางส่วน และคำถามบางส่วนเกิดขึ้นในระหว่างการสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์แบบนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่เริ่มต้นใช้เทคนิคการสัมภาษณ์ในการประเมินผลและยังไม่มีความชำนาญกับวิธีการนี้เพราะผู้สัมภาษณ์สามารถเตรียมคำถามมาล่วงหน้าส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกันการ สัมภาษณ์จะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพราะผู้สัมภาษณ์มีโอกาสสนองตอบ (Respond)ต่อคำตอบของผู้ถูกสัมภาษณ์และมีโอกาสซักถามหรือตั้งคำถามใหม่ ๆ ในระหว่างการ สัมภาษณ์ได้

การสัมภาษณ์ควรใช้ร่วมกับเครื่องมือประเมินผลแบบอื่น ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูล ที่ชัดเจนมากขึ้น ดวงเดือน ศาสตรภัทร (2537 : 303) กล่าวถึงหลักทั่วไปในการ สัมภาษณ์ดังนี้

           1. การกำหนดจุดมุ่งหมายและวางแผนการสัมภาษณ์ ในการสัมภาษณ์ ครูจำเป็นต้องกำหนดจุดมุ่งหมายว่าตนต้องการที่จะสัมภาษณ์เรื่องอะไร ต้องการทราบพัฒนาการทางด้านใดของเด็ก ครูจำเป็นต้องวางแผนว่า จะสัมภาษณ์ใคร สัมภาษณ์ตัวเด็กหรือสัมภาษณ์พ่อแม่เด็ก และวิธีการสัมภาษณ์จะเป็นแบบไหน

           2. เตรียมตัวและเตรียมเครื่องมือ ครูหรือผู้สัมภาษณ์จำเป็นที่จะต้องเตรียมคำถามที่จะสัมภาษณ์ให้พร้อมในกรณีที่ต้องการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และในกรณีที่เป็นการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างหรือแบบกึ่งมีโครงสร้างจำเป็นที่จะต้องเตรียมโครงคำถามให้พร้อม นอกจากนั้น ครูควรเตรียมสถานที่ในการสัมภาษณ์นัดเวลา และสร้างความคุ้นเคยกับเด็กหรือบุคคลที่เราจะสัมภาษณ์

            3. ในการสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ควรเป็นผู้ฟัง (Listener) ที่ดี ควรให้ความสนใจกับเรื่องที่ผู้ถูกสัมภาษณ์ตอบอย่างเต็มที่ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในขณะเดียวกัน ควรเปิดโอกาสให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ได้มีโอกาสพูดหรือแสดงความคิดเห็นให้มากที่สุด

            4. ชั้นยุติการสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์หรือครูควรไวต่อความรู้สึกของผู้ถูก สัมภาษณ์ เมื่อเห็นหรือมีความรู้สึกว่าผู้ถูกสัมภาษณ์เหนื่อย อึดอัด ไม่ต้องการที่จะให้สัมภาษณ์ต่อไป ควรยุติการสัมภาษณ์ ถึงแม้ว่าการสัมภาษณ์ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์หรือไม่ได้ข้อมูลครบตามที่ต้องการก็ตามอาจมีการนัดมาสัมภาษณ์ใหม่ในคราวต่อไป


ที่มา : นภเนตร ธรรมบวร. (2540). การประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สรุปรายงานการประเมินแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-portfolio)

 สรุปรายงานการประเมินแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-portfolio) ผลประเมิน 5 คน ลิงก์ประเมิน https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScea2zKM...