แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolios)
แฟ้มผลงานเด็ก หรือ Portfolios ถือเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่มีจุดประสงค์และกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแฟ้มผลงานเด็กช่วยให้ตัวเด็กตระหนักถึงประสบการณ์ ความพยายาม ความก้าวหน้าและความสำเร็จของตนเอง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการประเมินผลพัฒนาการเด็กและการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนต่อไป
ลักษณะของแฟ้มสะสมผลงานเด็ก
Mcafee และ Leong (1994:112)กล่าวถึง ลักษณะโดยทั่ว ๆ ไปของแฟ้มผลงานเด็กหรือ Portfolios ว่ามีลักษณะดังต่อไปนี้
- แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolios) สามารถยึดหยุ่น (flexible) และปรับเปลี่ยนได้ (adaptable) เนื้อหาสาระ และกระบวนการของการเลือกผลงานหรือสิ่งที่จะรวบรวมในแฟ้มผลงานเด็กสามารถยืดหยุ่นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัยและระดับพัฒนาการของเด็ก วัตถุประสงค์ของโรงเรียนหรือหน่วยงาน และข้อพิจารณาอื่น ๆ
- แฟ้มผลงานเด็กสามารถรวบรวมพัฒนาการและการเรียนรู้ด้านต่าง ๆของเด็กแฟ้มผลงานเด็กมุ่งเน้นที่ความสามารถหรือจุดเด่นของเด็ก จะเน้นสิ่งที่เด็กทำได้มากกว่าสิ่งที่เด็กทำไม่ได้
- แฟ้มผลงานเด็กเอื้อต่อการประเมินผลพัฒนาการแบบต่าง ๆเด็กสามารถมีส่วนร่วมในการเลือกผลงานต่าง ๆ เข้ามาเก็บในแฟ้มของตน ในขณะเดียวกัน เด็กมีโอกาสที่จะทบทวน วิเคราะห์ (reflection) ผลงานแต่ละชิ้นที่ตนเลือก
- แฟ้มผลงานเด็กคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก เนื่องจากในแฟ้มผลงานเด็ก ครูสามารถรวบรวมผลงานซึ่งเด็กทุกคนทำ ในขณะเดียวกันก็สามารถรวบรวมผลงานซึ่งเป็นผลงานเฉพาะของเด็กแต่ละคนด้วย
- แฟ้มผลงานเด็กมีขึ้นเพื่อการประเมินผลที่ต่อเนื่องมากกว่าที่จะจัดทำเพื่อการประเมินผลที่คงที่ เช่น รายงานคะแนนหรือเกรด เป็นต้น
- แฟ้มผลงานเด็กมีขึ้นเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการสื่อสารเกี่ยวกับการเรียนของเด็ก
วัตถุประสงค์ของแฟ้มผลงานเด็ก
Mcafee และ Leong (1994 : 112 - 113) กล่าวว่า แฟ้มผลงานเด็กสามารถช่วยประเมินวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ในชั้นเรียนได้ เช่น ช่วยตัดสินเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็ก เป็นแหล่งข้อมูลเพื่อการรายงานและสื่อสารกับผู้ปกครองและ บุคคลรอบข้างเกี่ยวกับตัวเด็ก บอกเล่าถึงการเรียนการสอนที่ดำเนินอยู่ในชั้นเรียนแก่บุคคลอื่น และเป็นข้อชี้บ่งเบื้องต้นสำหรับเด็กที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ
การจัดระบบและการเลือกผลงานในแฟ้มผลงานเด็ก
ในการเลือกผลงานเด็กเก็บรวบรวมในแฟ้มผลงาน ครูควรมีการวางแผนอย่างรอบคอบ Arter ( อ้างใน Mcafee และ Leong, 1994 : 114) กล่าวว่า วิธีการเลือกผลงานเด็กมี 2 ระบบด้วยกัน คือ
1. ระบบตัวชี้บ่ง (Indicator systems) ระบบตัวชี้บ่งเรียกอีกอย่างหนึ่ง ว่าระบบหลัก (Core items) ในระบบนี้ครูจะระบุผลงานเฉพาะที่ต้องการรวบรวมผลงานหลัก ๆ ที่ระบุ อาจได้แก่ ภาพวาดของเด็ก ผลงานทางด้านการตัด การปะ ตัวอย่างงานเขียนของเด็ก เป็นต้น ผลงานเฉพาะที่ต้องการเก็บจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่มีหลักตายตัว แน่นอนสามารถยืดหยุ่นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับครูและเด็กนั่นเอง
2. ระบบตัวอย่างผลงาน (Work sample systems) ระบบตัวอย่างผลงานจะเลือกผลงานจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินอยู่ในชั้นเรียนโดยครูจะไม่ระบุผลงานเฉพาะที่ต้องการเก็บรวบรวมล่วงหน้า ระบบตัวอย่างผลงานให้อิสระกับครู และเด็กในการเลือกผลงานเก็บรวบรวมไว้ในแฟ้ม
ตัวอย่างของคำถามและคำพูดที่ครูใช้เพื่อกระตุ้นการประเมินผลและการทบทวนสะท้อนความคิด วิเคราะห์ตนเองในเด็ก มีดังต่อไปนี้
- หนูเล่าให้ครูฟังได้ไหมคะ ว่าหนูทำงานชิ้นนี้ได้อย่างไร
- ทำไมหนูถึงเลือกที่จะทำงานชิ้นนี้
- หนูรู้สึกอย่างไรกับงานชิ้นนี้ของหนูทำไมหนูถึงเลือกงานชิ้นนี้ใส่ในแฟ้มผลงานหนูเรียนรู้อะไรบ้างจากการทำงานชิ้นนี้ในขณะที่ทำงานชิ้นนี้
- มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง และหนูจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นอย่างไร
ข้อพึงตระหนักในการใช้แฟ้มผลงานเด็ก
Arter และ Spandel ( อ้างถึงใน Mcafeeและ Leong, 1994 : 119)กล่าวถึงข้อพึงตระหนักในการใช้แฟ้มผลงานเด็ก ดังต่อไปนี้
1. ผลงานที่เก็บรวบรวมในแฟ้มผลงานเป็นตัวแทน (representative) ของสิ่งซึ่งเด็กสามารถทำได้จริงหรือไม่
2. ผลงานของเด็กที่เก็บรวบรวมในแฟ้มผลงานมีการระบุรายละเอียดของการทำงานหรือไม่ เช่น เป็นงานที่เด็กได้รับการช่วยเหลือจากครู งานอิสระที่เด็กทำเอง งานที่เด็กทำเป็นกลุ่ม เป็นต้น
3. ผลงานที่เก็บรวบรวมสอดคล้องกับวิธีการสอนและพัฒนาการของเด็กหรือไม่
4. แฟ้มผลงานเด็กได้รับการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ และมาตรฐานการประเมินผลมีความเที่ยงตรงหรือไม่
ที่มา : นภเนตร ธรรมบวร. (2540). การประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น